บันทึกการค้าเด็ก

Story เด็กขอทาน

บันทึกการ สำรวจเด็กขอทานในพื้นที่ พร้อมพงษ์-อโศก 

                เมื่อวันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม 2549 ทางเจ้าหน้าที่โครงการรณรงค์ยุติธุรกิจเด็กขอทาน  มูลนิธิกระจกเงา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักบริการสวัสดิการสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ทำการสำรวจข้อเท็จจริง กรณีที่มีการนำเด็กมาใช้แรงงานในรูปแบบขอทาน ในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจการค้าบริเวณถนนสายสุขุมวิท โดยเป้าหมายอยู่ตรงบริเวณใต้สะพานลอยสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ และสะพานลอย ใกล้เคียงกับศูนย์การค้าTIME SQUARE

                ในทีมที่ทำการสำรวจครั้งนี้ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของสำนักบริการสวัสดิการสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจำนวน 4 คน และเจ้าหน้าที่โครงการรณรงค์ยุติธุรกิจเด็กขอทาน 4 คน โดยผลจากการสำรวจมีรายละเอียด ดังนี้

                17.20 น. ทีมงานเจ้าหน้าที่โครงการฯไปยังจุดนัดพบสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักบริการสวัสดิการสังคม ได้รออยู่ก่อนและทำการสำรวจพื้นที่ก่อนหน้านั้นแล้ว  สิ่งที่ได้พบเห็น คือ หญิงวัยกลางคนนั่งอุ้มลูกอายุประมาณ 2 ขวบร้องไห้ฟูมฟาย  ในขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักฯ กำลังเกลี้ยกล่อมให้สองแม่ลูกหยุดร้องไห้ เพื่อจะนำเด็กและแม่ไปส่งยังสถานแรกรับเด็กฯ เพื่อเข้าสู่ระบบการช่วยเหลือต่อไป ในขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นั้น มีผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาทั้งคนไทย และชาวต่างชาติต่างมองมาด้วยความสงสัย และสนใจใคร่รู้ แต่สำหรับแม่ค้าขายของที่ระลึกรายหนึ่ง ที่เห็นขอทานสองแม่ลูกโดนตำรวจจับหรือเจ้าหน้าที่ราชการนำตัวไปจนคุ้นชิน เข้าใจและรับรู้ว่านี่คือ ขบวนการขอทานในรูปแบบหนึ่ง ที่อาศัยความน่าสงสารเรียกเงินบริจาคจากคนไทยและชาวต่างชาติ  เสียงที่เธอพร่ามอธิบายให้กับผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาและซักถามเธอว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นดังมาว่า  นี่ไม่ใช่ความน่าสงสาร แต่เหมือนลูกทำความผิด ลูกโกหก ขโมยเงินพ่อแม่ แล้วถูกจับได้ โดนพ่อแม่ตีเป็นการลงโทษ ก็สมควรแล้ว

                17.30 น. ภายหลังจากเจ้าหน้าที่สำนักฯ พยายามเกลี้ยกล่อมและนำตัว 2 แม่ลูก ไปขึ้นรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อที่จอดรอรับอยู่ในซอย ห่างจากจุดนัดพบประมาณ 400 เมตร ภายในตอนท้ายของรถกระบะคันดังกล่าว พบว่ามี เด็กอายุประมาณ 2-3 ขวบ 2 คน กับชายสูงวัยอีก 1 คน อยู่ในรถคันดังกล่าว เมื่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่สำนักฯ จึงทราบว่าบุคคลทั้งหมดที่อยู่ในรถเป็นขอทานที่จะถูกนำตัวไปส่งยังสถานแรกรับเช่นเดียวกัน

                เวลาประมาณ 17.40 น. เจ้าหน้าที่สำนักฯ รายงานว่า มีขอทานแม่ลูกอีกคู่หนึ่งอยู่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่จึงตามไปนำตัวแม่ลูกขอทานดังกล่าว เพื่อจะส่งไปยังสถานแรกรับพร้อมกัน ในระหว่างที่นำตัวหญิงขอทานและลูกประมาณ 1 ขวบมายังรถกระบะ เราได้ทราบว่าหญิงผู้นี้มีบุตรชายวัย 13 ขวบ ที่พลัดหลงกันในระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำตัวมา เจ้าหน้าที่สำนักฯ และเจ้าหน้าที่โครงการฯ จึงหารือกัน และสรุปว่าให้เจ้าหน้าที่สำนักฯนำตัวขอทานทั้งสิ้น 7 ชีวิตไปส่งยังสถานแรกรับหรือบ้านพักเพื่อช่วยเหลือก่อน ส่วนเจ้าหน้าที่โครงการฯจะติดตามเด็กชายคนดังกล่าว และจะประสานให้เจ้าหน้าที่สำนักฯ กลับมารับเด็กอีกครั้ง

18.00 น. เจ้าหน้าที่โครงการฯ แบ่งทีมทำงานออกเป็น 2 ชุด ชุดละ 2 คน เพื่อออกตามหาเด็กคนดังกล่าว  ในขณะที่เจ้าหน้าที่ 1 ใน 2 ชุด กำลังเดินผ่านหน้าสวนสาธารณะเบญจศิริ ได้พบเห็นหญิงวัยกลางคน แขนข้างหนึ่งอุ้มเด็กราว  1 ขวบ มืออีกข้างหนึ่งจูงเด็กหญิงอายุประมาณ 4 ขวบ สะพานกระเป๋าข้าง จากลักษณะผิวพรรณ การแต่งตัว และการนำพาเด็ก สังเกตได้ชัดว่า ไม่ใช่นักท่องเที่ยว และไม่ใช่ประชาชนทั่วไปที่เดินผ่านไปมา แต่เข้าข่ายขบวนการขอทาน เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คน จึงเดินสะกดรอยตามจากหน้าสวนเบญจศิริ ผ่านศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม สถานีรถไฟฟ้าอโศก ไปจนถึง สะพานลอยใกล้เคียงกับห้างTIME SQUARE  ปรากฏว่า 3 แม่ลูกได้ขึ้นไปบนสะพานลอย และนั่งขอทาน จากการเฝ้าสังเกตการณ์ประมาณ1ชั่วโมง พบการเปลี่ยนตำแหน่งการนั่งขอทานจากการนั่งฝั่งเดียวกับศูนย์การค้าTIME SQUARE ประมาณ 15 นาทีไปนั่งยังฝั่งตรงข้าม โดยตลอดระยะเวลาที่นั่งขอทานมีชาวต่างชาติบริจาคเงินให้ทานอยู่เรื่อยๆ ทั้งชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา และยุโรป

เวลาประมาณ 19.15น. เจ้าหน้าที่โครงการฯ ตัดสินใจเดินขึ้นไปบนสะพานลอย และทำทีถ่ายวิดีโอภาพการจราจรคับคั่งของถนนสายสุขุมวิทยามค่ำคืน โดยขอทานแม่ลูกไม่มีอาการตกใจแต่อย่างใด และยังมองด้วยความจับสังเกต เมื่อเราเดินผ่านหน้าทั้ง 3 แม่ลูกไป

 

19.30 น. เจ้าหน้าที่โครงการฯ อีก 2 คน เข้ามาสมทบและร่วมกันเฝ้าสังเกตการณ์ จนถึงเวลา 20.15 น. พร้อมทั้งสรุปการลงพื้นที่ เพื่อเก็บเป็นข้อมูลส่งถึงเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือส่งไปยังสถานแรกรับต่อไป  

จากการติดตามการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักบริการสวัสดิการสังคม ทำให้พบข้อสังเกตของขอทานได้ชัดเจนขึ้น คือ โดยส่วนใหญ่พบการนำเด็กมาขอทานร่วมกับแม่ซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคน และการขอทานในย่านการค้าเศรษฐกิจที่มีผู้คนพลุกผ่าน ทำให้มีรายได้จากการบริจาคจำนวนมาก และจากการลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักบริการสวัสดิการสังคมทำให้เห็นกระบวนการทำงานที่รวดเร็วและเร่งด่วนในการให้ความช่วยเหลือเด็กขอทาน

 

 

 

 





สื่อรณรงค์

ไม

รู้

ซิ